ความเห็นแย้งในคำพิพากษาขององค์คณะในศาลฎีกา

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้มีการประชุมกันโดยได้ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางว่า ป.ป.ช.เป็นองค์กรที่สามารถถูกฟ้องได้หรือไม่ จนในที่สุดมีมติ 141 ต่อ 28 เห็นชอบว่าฟ้องร้องได้ มีรายงานข่าวเปิดเผยว่า ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาโดยนาย ชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ได้นำความเห็นของผู้ช่วยผู้พิพากษา 2 คนซึ่งเป็นองค์คณะในศาลฎีกา

เห็นแย้งกับหัวหน้าองค์คณะในศาลฎีกา กรณีที่มีโจทย์ยื่นฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. โดยหัวหน้าคณะในศาลฎีกาซึ่งเป็นเจ้าของคดี มีความเห็นตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่า ป.ป.ช. เป็นองค์กรพิเศษที่ได้รับความคุ้มครอง ไม่สามารถฟ้องร้องได้ แต่ผู้ช่วยผู้พิพากษาอีก 2 คนซึ่งเป็นองค์คณะเห็นแย้ง โดยเห็นว่า ป.ป.ช.ถูกฟ้องร้องได้ เมื่อมีความเห็นแย้งในคำพิพากษาขององค์คณะในศาลฎีกา สำนวนคดีจึงถูกส่งถึงนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ซึ่งประธานศาลฎีกาต้องการให้เกิดความรอบคอบ จึงนัดที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อพิจารณากรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมใหญ่ได้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการวางแนวคำพิพากษาว่า ป.ป.ช. เป็นองค์กรที่ไม่สามารถฟ้องร้องได้